HOTSPOT
ผอ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวสรุปเหตุเพลิงไหม้ ตู้สินค้า

     เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย เรือโท ยุทธนา โมกขาว ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ กรมเจ้าท่า ศูนย์อำนวยการในการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.) ภาค 1 สายเรือ KMTC และบริษัท ไทยแหลมฉบัง เทอร์มินัล จำกัด ร่วมแถลงข่าวสรุปเหตุเพลิงไหม้ ตู้สินค้า ภายในเรือ KMTC HONGKONG ณ ท่าเทียบเรือ บริษัท ไทยแหลมฉบัง เทอร์มินัล จำกัด ณ ห้องประชุมใหญ่ ศูนย์สวัสดิการท่าเรือแหลมฉบัง 
     โดยผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้รับแจ้งเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 เกิดเหตุเพลิงไหม้ ณ ท่าเทียบเรือ บริษัท ไทยแหลมฉบัง เทอร์มินัล จำกัด พร้อมทั้ง ได้สั่งการให้ท่าเรือแหลมฉบังเร่งดำเนินการควบคุมสถานการณ์อย่างเร็วที่สุด โดยให้คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ 
     และผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง ได้กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมด้วย หน่วยดับเพลิงจากหน่วยงานอื่นๆ ได้มีการเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ โดยมีการฉีดน้ำดับเพลิง ตั้งแต่เวลา 06.45 น. เป็นต้นไป ภายหลังจากการตรวจสอบแล้วพบว่า สินค้าที่เกิดเพลิงไหม้นั้น เป็น สาร CALCIUM HYPOCHLORITE ที่เป็นสารผสมหลักของผลิตภัณฑ์ผงฟอกขาว ใช้ในการปรับสภาพ โดยท่าเรือแหลมฉบัง สามารถควบคุมสถานการณ์ในเบื้องต้นได้เรียบร้อยแล้ว ต่อมาเวลา 21.00 น. ได้มีฝนตกลงมา ทำให้เปลวไฟ และควันไฟลดลง จนกระทั่ง เวลา 00.20 น. ของวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 ท่าเรือแหลมฉบัง ได้ควบคุมสถานการณ์เรียบร้อยแล้ว โดยช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 ได้เกิดกลุ่มควันขึ้น และเรือลากจูง 305 พร้อมด้วย เรือลากจูง 306 จากกองบริการ ท่าเรือแหลมฉบัง ได้ดำเนินการฉีดน้ำ เพื่อหล่อเย็นตู้สินค้าอีกด้วย 
     โดยผู้แทนจากกรมควบคุมมลพิษ ได้กล่าวว่า ได้มีการลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบคุณภาพของอากาศ และน้ำในบริเวณโดยรอบท่าเทียบเรือ และชุมชนโดยรอบ พบว่า ค่าสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Total VOCs) และ ค่าสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) ไม่เกินกว่ามาตรฐาน
     สำหรับการขนถ่ายตู้สินค้าประเภทสินค้าอันตรายนั้น ผู้แทนจาก บริษัท ไทยแหลมฉบัง เทอร์มินัล จำกัด ได้ชี้แจงว่า มีการดำเนินการขนถ่ายตู้สินค้าที่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับขององค์กรทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO : INTERNATIONAL MARITIME ORGANIZATION) และระเบียบ ข้อบังคับ อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 
     สายเดินเรือ KMTC ได้กล่าวว่า ในการตรวจสอบหาข้อมูลของสารเคมีที่อยู่ในตู้สินค้า ที่มีความล่าช้านั้น เนื่องจาก ใบสำแดงสินค้า ไม่ได้มีการสำแดงรายละเอียดของตู้สินค้า ที่ไม่ได้มีการขนถ่ายลงที่ท่าเรือแหลมฉบัง ทำให้ต้องมีการประสานงานกับท่าเรือปลายทางอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องของตู้สินค้า
     ในกรณีนี้ ผู้แทนกรมเจ้าท่า ได้กล่าวว่า เรือ KMTC HONGKONG ยังคงต้องจอดอยู่ที่ ท่าเทียบเรือ ก่อน เนื่องจาก ต้องดูความพร้อมของเรือ และต้องรอการตรวจสอบสาเหตุของเพลิงไหม้จากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 ก่อนด้วย
ทั้งนี้ ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้สั่งการเพิ่มเติมว่า ให้ดำเนินการขยายระยะเวลาในการให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ เข้ายื่นเรื่องที่ “ศูนย์รับแจ้งเหตุผู้ประสบภัย เทศบาลนครแหลมฉบัง” ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. เป็นต้นไป